เพาะเชื้อเห็ดฟางให้ดอกเยอะ

เทคนิคเพาะเชื้อเห็ดฟางอย่างง่ายด้วยตัวเอง

Posted by

เทคนิคเพาะเชื้อเห็ดฟางอย่างง่ายด้วยตัวเอง

ในปัจจุบันการเพาะเชื้อเห็ดฟางขายมีอยู่กันอย่างแพร่หลาย แต่วันนี้เราจะแนะนำเทคนิคการเพาะเชื้อเห็ดฟางอย่างง่ายด้วยตัวเอง สามารถขายก้อนเชื้อเห็ดฟางเป็นอาชีพได้ ไม่ต้องไปเสียเงินซื้อก้อนเห็ดจากที่อื่น เรียกได้ว่าขายได้ทั้งก้อนเห็ดและดอกเห็ดซะเลย วิธีที่เราแนะนำวันนี้เป็นการเพาะเชื้อเห็ดฟางที่ไม่ใช้ฟาง แต่จะเป็นวิธีเพาะเชื้อเห็ดฟางจากต้นกล้วย และเพาะเชื้อเห็ดฟางจากก้านผักตบชวานั่นเอง

เพาะเชื้อเห็ดฟางให้ดอกเยอะ
เพาะเห็ดฟางให้ออกดอกเยอะ ภาพโดยthaigreenagro.com

การผลิตเชื้อเห็ดฟางมีอยู่ 2 ขั้นตอน

ขั้นตอนแรก เป็นการผลิตเชื้อเห็ดฟางบริสุทธิ์โดนการนำส่วนของเนื้อเยื่อดอกเห็ดมาเลี้ยงไว้บนขวดอาหารวุ้น PDA  เพื่อให้ดอกเห็ดมีเส้นใยเพิ่มขึ้นมากๆใช้ในการขยายพันธุ์ เพื่อที่จะได้ถ่ายต่อลงไปในวัสดุที่เป็นเชื้อ  หรือ  ปุ๋ยเห็ดฟาง วิธีการผลิตเชื้อเห็ดฟางบริสุทธิ์ คือ การเตรียมสูตรอาหารวุ้น PDA ซึ่งเป็นสูตรวุ้นที่ใช้เลี้ยงเชื้อเห็ดทั่วๆไป จากนั้นจึงคัดเอาดอกเห็ดฟางที่มีลักษณะเหมาะสมสำหรับใช้ทำพันธุ์ แยกเนื้อเยื่อออกนำมาเลี้ยงบนอาหารวุ้นที่แข็งตัวดีแล้ว เนื้อเยื่อของเห็ดก็จะเจริญเป็นเส้นใย จึงนำไปใช้สำหรับขยายพันธุ์ลงในปุ๋ยหมักได้ต่อไป ส่วนการนำ เนื้อเยื่อจากดอกเห็ดมาเลี้ยงบนอาหารวุ้น สามารถฝึกหัดและปฏิบัติด้วยตัวเองได้อย่างง่ายซึ่งส่วนใหญ่จะเริ่มแยกเนื้อเยื่อจากดอกเห็ดใหม่

ขั้นตอนที่สอง เป็นขั้นตอนการผลิตเชื้อเห็ดฟางโดยตรง หรือการหมักปุ๋ยนั่นเอง วัตถุดิบที่สำคัญในการหมักปุ๋ยคือ ขี้ม้าสด ผสมกับเปลือกเมล็ดบัวซึ่งเป็นวัตถุดิบชั้นดีที่หายาก ในอัตรา 1 ต่อ1 โดยปริมาตร สูตรนี้เป็นสูตรที่ยอมรับกันว่าเป็นสูตรปุ๋ยชั้นดี แต่เนื่องจากเมล็ดบัวนั้นหายากและมีราคาแพง อาจจะใช้ไส้นุ่นทดแทนได้ ซึ่งวิธีการทำก็คือใช้ไส้นุ่นผสมกับขี้ม้าสดในอัตรา 1 ต่อ1 โดยปริมาตรเช่นกัน แต่ต้องยอมรับว่าสูตรผสมไส้นุ่นจะมีคุณภาพที่ต่ำกว่าจึงไม่ได้รับการยอมรับกันมากนัก

วิธีหมักปุ๋ยทำได้โดยการนำไส้นุ่นมาแช่น้ำทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้ไส้นุ่นอุ้มน้ำและนิ่มแล้วจึงมาเกลี่ยกระจายผึ่งแดดให้แห้งหมาดๆบนพื้นซีเมนต์หรือนำไส้นุ่นมากระจายที่พื้นแล้วใช้น้ำจากฝักบัวรดก็ได้

นำส่วนผสมของวัตถุดิบทั้งหมดเข้าเครื่องบด ผสมคลุกเคล้าให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน และบดละเอียดจะทำให้เกิดการสลายตัวเร็วขึ้น จากนั้นนำปุ๋ยไปกองไว้สูงประมาณ 40-50 เซนติเมตร กองกว้างประมาณ 2-3 เมตรยาวตามขนาดพื้นที่ ทำการกลับกองปุ๋ยทุกสองหรือสามวัันครั้ง ขั้นตอนการหมักนี้ใช้เวลา 7-8 วัน ก็นำไปใช้เป็นปุ๋ยได้

การผลิตเชื้อเห็ดฟางอย่างง่ายด้วยตัวเอง

วิธีเพาะเชื้อเห็ดฟางจากต้นกล้วย

ส่วนประกอบที่ใช้เพาะเชื้อเห็ดฟางจากต้นกล้วย

  • ต้นกล้วยสดตากแห้ง จำนวน 1 กิโลกรัม
  • ดอกเห็ดฟางสด (ดอกตูม)จำนวน 1 ดอก
  • น้ำสะอาด

เครื่องมืออุปกรณ์สำหรับการเพาะเชื้อเห็ดฟางจากต้นกล้วย

  • ถุงพลาสติกชนิดใส ขนาด 6*9 นิ้ว จำนวน 10 ใบ
  • มีดคัทเตอร์ 1 ด้าม
  • แอลกอฮอลล์ฆ่าเชื้อ 70% จำนวน 1 ขวด
  • แก้วเปล่า 1 ใบ
  • เข็มเย็บกระดาษ 1 อัน
  • กระดาษสะอาด 1 แผ่น
  • ลำลีเล็กน้อย
เพาะเชื้อเห็ดฟางจากต้นกล้วย
เพาะเห็ดฟางจากต้นกล้วย ภาพโดยfarmerspace

วิธีเพาะเชื้อเห็ดฟางจากต้นกล้วย

1.นำต้นกล้วยสด(ควรเป็นต้นกล้วยตัดใหม่ๆ) มาหั่นเป็นแว่นหนาประมาณ 0.5-1 เซนติเมตร ถ้าเป็นต้นกล้วยที่มีเครือแล้วให้เก็บส่วนของก้านเครือทิ้งให้หมด แล้วใช้มีดสับต้นกล้วยที่หั่นให้ละเอียดประมาณ 1-2 เซนติเมตร นำไปผึ่งแดดโดยมีแผ่นพลาสติกหรือวัสดุรอบพื้นที่สะอาดเกลี่ยให้บางๆ ทิ้งไว้ประมาณ 4-5 วัน ควรกลับกองต้นกล้วยทุกวันจนต้นกล้วยแห้งสนิท จึงนำไปใช้เป็นเชื้อเห็ดฟางหรือใส่ถุงพลาสติกเก็บรักษาไว้ใช้ต่อไป

เพาะเห็ดฟางจากต้นกล้วย
เพาะเห็ดฟางจากต้นกล้วย ภาพโดยfarmerspace

2.นำต้นกล้วยที่ตากแห้งแล้วในข้อที่ 1 มาวางบนพื้นซีเมนต์หรือบนแผ่นพลาสติก พรมด้วยน้ำสะอาดผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันดีแล้วนำไปตรวจสอบให้มีความชื้นหมาดๆ โดยการใช้มือกำต้นกล้วยแล้วบีบให้แน่น เมื่อคลายมือออกต้นกล้วยจะเป็นก้อนเล็กน้อยหรือรู้สึกชื้นมือ ถ้าบีบแล้วมีน้ำหยดหรือซึมออกตามง่ามมือแสดงว่าความชื้นมากเกินไป ต้องผึ่งลมทิ้งไว้ให้ความชื้นระเหยประมาณ 1-2 ชั่วโมง(เทคนิคเพาะเห็ดฟาง คือ ความชื้นมากไปเส้นใยเห็ดฟางจะไม่เจริญ)

3.บรรจุต้นกล้วยลงถึงประมาณครึ่งถุงหรือมีน้ำหนักประมาณ 200 กรัมซึ่งต้นกล้วยแห้ง 1 กิโลกรัมจะบรรจุถุงได้ประมาณ 15-20 ถุง แล้วนำไปตั้งเรียงเป็นแถวๆ

4.นำดอกเห็ดฟางสดมาทำความสะอาดโดยใช้มีดทัทเตอร์ตัดแบ่งบริเวณดคนดอกเห็ดฟางที่สกปรกหรือมีวัสดุเพาะติดโคนดอกออกให้หมด ควรทำความสะอาดอย่างระมัดระวังอย่าให้ดอกเห็ดฟางกระทบกระเทือนจนช้ำมาก

5. เทแอลกอฮอล์ลงในแก้วประมาณครึ่งแก้ว แล้วนำดอกเห็ดฟางที่ตัดแต่งแล้วจุ่มลงไปจนมิดดอกเห็ดฟางแล้วนำออกมาวางในแก้วที่สะอาด ปล่อยให้แอลกอฮอล์ระเหยออกจากดอกเห็ดฟางจนแห้ง(ห้างแช่ดอกเห็ดฟางทิ้งไว้ในแอลกอฮอล์เด็ดขาด)

6.นำสำสีชุบแอลกอฮอล์แล้วนำไปเช็ดใบมีดคัทเตอร์ให้สะอาด ใช้มีดตัดส่วนดอกของเห็ดฟาง ขนาดประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร หนาประมาณ 1 มิลลิเมตร ใส่ลงไปในถุงที่บรรจุต้นกล้วยที่เตรียมไว้ ถุงละ 1 ชิ้น ซึ่งเห็ดฟาง 1 ดอกจะใช้ได้ประมาณ 10 ถุง

7.จับปากถุงแล้วเขย่าให้เนื้อเยื่อดอกเห็ดฟางให้อยู่บริเวณกึ่งกลางด้านข้างถุงพอดีแล้วแนบปากถุงพับลงมา 2-3 ครั้ง เย็บปากถุงด้วยเข็มเย็บกระดาษ 2-3 ครั้ง เป็นอันเสร็จ 1 ถุง และทำแบบนี้ทุกถุงจนเสร็จ

8.นำถุงเชื้อเห็ดฟางบรรจุลงในตะกร้า หรือลังไม้ เรียงเป็นแถว ทับซ้อนกันได้ไม่เกิน 2 ชั้น แล้วนำไปบ่มเชื้อในอุณหภูมิห้องปกติ(30 องศาเซลเซียส) ประมาณ 10-15 วัน เส้นใยเห็ดฟางจะเจริญจนเต็มถุง จึงนำไปเพาะหรือนำไปต่อเชื้อเพื่อขยายให้มีปริมาณมากขึ้นต่อไป สามารถขายก้อนเชื้อเห็ดฟางได้เป็นจำนวนมาก

 

วิธีเพาะเชื้อเห็ดฟางจากก้านผักตบชวา

ส่วนประกอบที่ใช้เพาะเชื้อเห็ดฟางจากก้านผักตบชวา

  • ก้านผักตบชวาสดหั่น จำนวน 1 กิโลกรัม
  • ดอกเห็ดฟางสด ใช้ดอกตูม จำนวน 1 ดอก
  • น้ำสะอาด
  • เครื่องมืออุปกรณ์การเพาะเชี้อเห็ดฟางจากผักตบชวา
  • ถุงพลาสติกชนิดใส ขนาด 6*9 นิ้ว จำนวน 10 ใบ
  • มีดคัทเตอร์ 1 ด้าม
  • แอลลกอฮอลล์ฆ่าเชื้อ 70% จำนวน 1 ขวด
  • แก้วเปล่า 1 ใบ
  • เข็มเย็บกระดาษ 1 อัน
  • กระดาษสะอาด 1 แผ่น
  • ภาชนะใส่ผึ่งแดด 1 ใบ

วิธีเพาะเชื้อเห็ดฟางจากก้านผักตบชวา

1.นำก้านผักตบชวาสดที่สะอาด ปราศจากเชื้อรา ตัดใบทิ้งให้หมดแล้วนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาดประมาณ 0.5-1 ซม.

ควรหั่นเป็นรูปเฉียงคล้ายปากฉลาม

2.นำก้านผักตบชวาที่หั่นแล้วใสลงในภาชนะ เกลี่ยบางๆแล้วนำไปผึ่งแดด 1-2 ชั่วโมงเพื่อลดประมาณความชื้นลงเล็กน้อย ในขณะที่ผึ่งแดดควรกลับก้านผักตบชวา 2-3 ครั้ง สังเกตุก้านผักตบชวาจะมีความนุ่มลง

เพาะเชื้อเห็ดฟางจากผักตบชวา
เพาะเชื้อเห็ดฟางจากผักตบชวา ภาพโดยkasetorganic.com

3.ตรวจสอบความชื้นของก้านผักตบชวาโดยใช้วิธีเดียวกันกับการเตรียมเชื้อจากต้นกล้วย แล้วบรรจุก้านผักตบชวาลงในถุงประมาณครึ่งถุงหรือประมาณ 200 กรัม นำไปตั้งเรียงไว้เป็นแถวๆ

4. นำดอกเห็ดฟางสดมาทำความสะอาด โดยใช้มีดคัทเตอร์ที่สะอาดตัดแบ่งบริเวณโคนดอกเห็ดฟางที่สกปรกออกให้หมด ควรทำอย่างระมัดระวังไม่ให้ดอกช้ำ

5.เทแอลกอฮอลล์ลงในแก้วประมาณครึ่งแก้ว แล้วนำดอกเห็นที่ตัดแต่งแล้วจุ่มลงไปจนมิดดอก จากนั้นนำมาวางบนกระดาษที่สะอาด ปล่อยให้แอลกอฮอลล์ระเหยออกจากดอกเห็ดจนแห้ง(ห้ามแช่ดอกเห็ดฟางไว้เด็ดขาด)

6.ใช้สำลีชุบแอลกอฮอลล์แล้วเช็ดทำความสะอาดมีคัทเตอร์ จากนั้นใช้มีดหั่นดอกเห็ดฟางเป็นชิ้นเล็กขนาดประมาณ 1 ตรม.หนาประมาณ 1 มม. ใส่ชิ้นเห็ดฟางดังกล่างลงไปในถุงที่บรรจุก้านผักตบชวาที่เตรียมไว้ ถุงละ 1 ชิ้นทุกถุง เห็ดฟาง 1 ดอกใช้ได้ประมาณ 10 ถุง

7. จับปากถุงแล้วเขย่าให้เนื้อเยื่อดอกเห็ดฟางอยู่ตรงกลางด้านข้างถุงพอดีแล้วแนบปากถุงพับลงมา 2-3 ครั้ง เย็บปากถุงด้วยเข็มเย็บกระดาษ 2-3 ครั้ง เป็นอันว่าเสร็จ 1 ถุง ให้ทำเช่นนี้จนครบทุกถุง

8.นำถุงเชื้อเห็ดฟางบรรจะลงในตะกร้าหรือลังไม้เรียงเป็นแถว ทับซ้อนกันได้ไม่เกิน 2 ชั้น แล้วนำไปบ่มเชื้อในอุณหภูมิห้องปกติ(30 องศาเซลเซียส)ประมาณ 10-15 วัน เส้นใยเห็ดฟางจะเจริญจนเต็มถุงจึงนำไปเพาะหรือนำไปต่อเชื้อเพื่อขยายให้มีปริมาณมากต่อไป

สำหรับการเพาะเห็ดฟางนั้นมีหลายแบบ แต่แบบที่สามารถเพาะในไร่อ้อยได้นั้นมีดังนี้

การเพาะเห็ดฟางในตะกร้า การเพาะเห็ดฟางกองเตี้ยและการเพาะเห็ดฟางกองสูง เนื่องจากใช้พื้นที่ไม่มาก

ไม่เหมือนการเพาะเห็ดฟางในโรงเรือน ซึ่งทำได้ค่อนข้างยากกว่าไม่เหมาะที่จะทำในไร่อ้อย

เทคนิคการเพาะเชื้อเห็ดฟาง โดยไม่ใช้ฟางนี้ เป็นการเพาะเห็ดฟางอย่างง่ายที่นิยมทำกันในกลุ่มที่ขายก้อนเชื้อเห็ดฟางเพราะวัสดุที่นำมาใช้ในการเพาะเห็ดฟางจากต้นกล้วยและจากก้านผักตบชวานั้นหาได้ง่ายตามท้องถิ่น ซึ่งวิธีนี้ใช้ได้ผลจริงจึงนำมาบอกต่อ บทความน่าอ่าน

 

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *